Make your own free website on Tripod.com
แนะนำจังหวัดพัทลุง



          พัทลุง เป็นเมืองอันเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย

เป็นเมืองแห่งขุนเขาตัวเมืองมีเขาอกทะลุเป็นสัญญลักษณ์สูงเด่นมองเห็นแต่ไกลได้ชื่อว่าเป็นเมืองต้นกำเนิดหนังตะลุงและ โนราด้วย พัทลุงจากอดีตจนถึงปัจจุบันมีประวัติความเป็นมาอันยาวนานเกี่ยวเนื่องกับจังหวัดสงขลา
ทั้งทางด้านภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ และโยกย้ายชุมชนที่ตั้งเมืองหลายยุคหลายสมัย ในสมัยศรี
วิชัย (พุทธศตวรรษที่13 - 14 ) บริเวณเมืองพัทลุงเป็นแหล่งชุมชนที่ได้รับวัฒนธรรมจากอินเดียในด้าน
ศาสนาพุทธศาสนา ลัทธิมหายาน จนกระทั่งในสมัยรัชกาลพระรามาธิบดี ที่ 1 ( อู่ทอง ) แห่งกรุงศรี
อยุธยา " เมืองพัทลุง " เป็นส่วนหนึ่งใน 12 เมืองนักษัตร สมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธ
ยอดฟ้าจุฬาโลก ได้โปรดเกล้าฯ ให้ยกเมืองพัทลุงขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม โดยมีฐานะเป็นเมืองชั้นโทและได้ย้ายเมืองไปอยู่ที่ปากน้ำลำปำ
เมื่อมีการปฏิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมืองพัทลุง ได้
ขึ้นกับมณฑลนครศรีธรรมราช จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2467 รัชกาลที่ 6 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองมาตั้ง
ที่ตำบลคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งในปัจจุบัน เมื่อได้ยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลในปี 2476
พัทลุงจึงได้มีฐานะเป็นจังหวัดตั้งแต่บัดนั้น
ตัวเมืองพัทลุง ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของทะเลสาบสงขลา ห่างจากกรุงเทพมหานคร
ประมาณ 846 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้น 3,424.473 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 10
อำเภอกับ 1 กิ่ง ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา อำเภอ
ตะโหมด อำเภอเขาชัยสน อำเภอป่าบอน อำเภอบางแก้ว อำเภอศรีบรรพต อำเภอป่าพะยอม และ
กิ่งอำเภอศรีนครินทร์

       

           การเดินทาง
       รถยนต์ : จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก ตามทางหลวง
แผ่นดินสายเพชรเกษม หมายเลข 4 ถึงชุมพร ( สี่แยกปฐมพร ) แยกเข้าระนอง - พังงา - กระบี่ - ตรัง
พัทลุง ระยะทางประมาณ 1,140 กิโลเมตร หรือ เส้นทางที่ 2 เมื่อมาถึงชุมพรเข้าทางหลวงชนบท
หมายเลข 41(เอเชีย) จนถึงจังหวัดพัทลุง ระยะทางประมาณ 846 กิโลเมตร
       
รถโดยสารประจำทาง : บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถระหว่างกรุงเทพฯ -
พัทลุง ทุกวัน โทร. 02 - 435 - 1199 , 435 - 1200 หรือ โทร. 074 - 612 - 070
       รถไฟ : มีขบวนรถไฟสายใต้ผ่านท้องที่อำเภอเมือง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน
อำเภอปากพะยูน อำเภอป่าบอน อำเภอบางแก้ว รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่
โทร. 02 - 223 - 7010 , 223 - 7020 หรือ 074 - 616 - 106
      เครื่องบิน : พัทลุงไม่มีสนามบิน สามารถใช้เส้นทางบินของจังหวัดใกล้เคียงได้ ติดต่อ
สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ บริษัท การบินไทย โทร. 02 - 280 - 0060 - 89 หรือ ที่การ
บินไทยจังหวัดตรัง โทร. 075 - 218 - 0666 / 219 - 923 การบินไทย นครศรีธรรมราช
โทร. 075 - 311 - 158 ,342 - 491, 343 - 874 และการบินไทย หาดใหญ่ โทร. 074 - 245 - 851 - 2
243 - 711, 233 - 433


                             แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

อำเภอเมือง

พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือที่เรียกกันว่า "พระสี่มุมเมือง" เป็นพระพุทธรูป
ประจำภาคใต้และปูชนียวัตถุคู่เมืองของพัทลุง ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาจตุรมุขบริเวณด้านหน้าระหว่าง
ศาลากลางจังหวัดกับศาลจังหวัดพัทลุง เป็นพระพุทธรูปหล่อสัมฤทธิ์ปางสมาธิที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ( รัชกาลที่ 9 ) โปรดเกล้าพระราชทานไว้ที่จังหวัดพัทลุง เมื่อ พ.ศ. 2511
วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ตั้งอยู่เชิงเขาคูหาสวรรค์ ใกล้ ๆ ตัวตลาดพัทลุง จะมีทางเลี้ยงซ้ายมือ
ที่เขาหัวแตก จะเป็นทางไปสู่วัดถ้ำคูหาสวรรค์ วัดนี้สร้างในสมัยอยุธยา และต่อมาได้รับการยกฐานะเป็น
อารามหลวงแห่งแรกในจังหวัดพัทลุง ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่และพระพุทธรูปนั่ง
ประดิษฐานอยู่ตามผนังถ้ำและบริเวณหน้าถ้ำมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์ และเชื้อพระ
วงศ์หลายพระองค์
ภูเขาอกทะลุ จากวัดคูหาสวรรค์มุ่งหน้าไปบนทางหลวงหมายเลข 4047 จะพบเขาอกทะลุ
ตั้งตะหง่านอยู่ทางทิศตะวันออกของสถานีรถไฟ ภูเขาอกทะลุเป็นสัญญลักษณ์ของพัทลุง มีความสูง
ประมาณ 250 เมตร มีบันไดสำหรับขึ้นยอดเขาเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของเมืองพัทลุงได้ ลักษณะพิเศษของ
ภูเขาลูกนี้ คือ มีโพรงทะลุมองเห็นอีกด้านหนึ่ง อยู่บริเวณเกือบตอนปลายของยอดเขา ซึ่งเป็นที่มาของ
ชื่อภูเขา
วัดวัง ตั้งอยู่ที่ตำบลลำปำ ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4047 ประมาณ
6 กม. (ใช้เส้นทางสายเดียวกับเขาอกทะลุ) เป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุง สร้าง
โดยพระยาพัทลุง (ทองขาว) ในสมัยรัชกาลที่ 3 และเคยเป็นสถานที่ทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาในสมัย
รัตนโกสินทร์ ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่น ในรัชกาลที่ 4 เกี่ยวกับพุทธประวัติ
และเทพ พระประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสมัยเดียวกัน ในระเบียงคดโดยรอบมีพระพุทธรูปปูนปั้น
จำนวน 108 องค์
วังเจ้าเมืองพัทลุง (วังเก่า - วังใหม่) ตั้งอยู่ที่ตำบลลำปำใกล้กับวัดวัง เดิมเป็นที่ว่าราชการ
และเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าเมืองพัทลุง ปัจจุบันยังเหลืออยู่ส่วนหนึ่ง คือ วังเก่า สร้างในสมัยพระยาพัทลุง
(น้อย จันทโรจนวงษ์) เป็นผู้ว่าราชการ ต่อมาวังได้ตกทอดมาจนถึงนางประไพ มุตามะระ บุตรีของหลวง
วรฉัตร ส่วนวังใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2432 โดยพระยาอภัยบริรักษ์จักราวิชิตพิพิธภัดี ( เนตร จันทโรจน์-
วงษ์ ) บุตรชายของพระยาพัทลุง ซึ่งเป็นเจ้าเมืองพัทลุง ปัจจุบันทายาทตระกูลจันทโรจน์วงษ์ ได้มอบ
วังนี้ให้เป็นสมบัติของชาติและกรมศิลปากรได้ประกาศ ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อ
พ.ศ. 2526
อนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ ( ช่วย ) ประดิษฐานอยู่ที่สามแยกท่ามิหรำ ในเขตเทศบาล
เมืองพัทลุง ตามประวัติกล่าวว่าพระยาทุกขราษฎร์เดิมเป็นพระ ชื่อ พระมหาช่วย จำพรรษาอยู่ที่วัดป่า
ลิไลยก์ ในรัชกาลที่ 1 ซึ่งขณะนั้นเกิดสงคราม 9 ทัพ พระมหาช่วยได้ช่วยพระยาพัทลุงนำชาวบ้านเข้า
ต่อต้านกองทัพพม่าจนแตกพ่าย ต่อมาจึงลาสิกขาบทแล้วได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาทุกขราษฎร์
ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยทำราชการเมืองพัทลุง มีตำแหน่ง " พระยา " เทียบเท่าเจ้าเมือง
หาดแสนสุขลำปำ อยู่เลยวัดวังไปตามทางหลวงหมายเลข 4047 อีกประมาณ 2 กิโลเมตร
เป็นหาดทรายที่มีทิวสนร่มรื่นฝั่งทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย กลาง
วงเวียนมีรูปปั้นฝูงปลาลำปำ ซึ่งเป็นปลาท้องถิ่นที่อยู่อาศัยบริเวณลำปำ มีศาลากลางน้ำชื่อว่า " ศาลา
ลำปำที่รัก " สำหรับชมทิวทัศน์บริเวณทะเลสาบ และจากบริเวณชายหาดมีสะพานเชื่อมไปยังเกาะลอย
ซึ่งเป็นเกาะที่เกิดจากการทับถมของตะกอนปากน้ำลำปำ นอกจากนี้ในบริเวณทะเลสาปลำปำยังมีฝูง
ปลาโลมาหัวบาตรปรากฎให้เห็นบ่อยครั้ง
หมู่บ้านหัตถกรรม บ้านคอกวัว ต.ชัยบุรี อ.เมือง ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางสี่แยก
ไสยวน ประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านหัตถกรรมผลิตภัณฑ์กะลาที่มีชื่อเสียงโด่งจนมีชื่อว่า
" หมู่บ้านกะลาเงินล้าน " เนื่องจากผู้นำชุมชน โดย นายปลื้ม ชูคง ได้เป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรใช้ภูมิปัญญา
ชาวบ้าน นำกะลามะพร้าวอันเป็นวัสดุพื้นบ้านธรรมชาติมาออกแบบเป็นภาชนะใช้สอยในครัวเรือน
อุปกรณ์ เครื่องใช้และเครื่องประดับ และได้เผยแพร่ความรู้ต่อไปจนมีสมาชิกกว่าร้อยราย รวมกันทำ
ผลิตภัณฑ์กะลาทั่วทั้งหมู่บ้าน ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ได้แก่ ช้อน ถ้วยกาแฟ ถ้วยน้ำ กระบวย
ตักน้ำ ทัพพี จาน ชาม ไปจนถึงโคมไฟและเครื่องประดับนานาชนิด ส่งตลาดในประเทศและต่างประ
เทศ อย่างแพระหลายกว่า 16 ประเทศ สนใจเข้าชมวิถีชีวิตชาวบ้านและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กะลา
มะพร้าว ติดต่อ นายปลื้ม ชูคง เลขที่ 42 หมู่ที่ 1 บ้านคอกวัว ต.ชัยบุรี โทร. 01 - 4655751

อำเภอควนขนุ
อุทยานนกน้ำทะเลน้อย เป็นอุทยานนกน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใช้เส้นทางหลวง
หมายเลข 4048 จากอำเภอเมืองพัทลุง - อำเภอควนขนุน ไปสุดที่ทะเลน้อย รวมระยะทางประมาณ
32 กิโลเมตร ทางราดยางตลอดทั้งสาย เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย กรมป่าไม้ มีพื้นที่ประมาณ
450 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นพื้นดิน 422 ตารางกิโลเมตรหรือ ร้อยละ 94 ของพื้นที่
ทั้งหมด ส่วนที่เป็นพื้นน้ำ 28 ตารางกิโลเมตร หรือ ร้อยละ 6 ของพื้นที่ทั้งหมด คือ ทะเลน้อยนั้นเอง
มีความกว้าง 5 กิโลเมตร และยาว 6 กิโลเมตร ความลึกโดยเฉลี่ยราว 1.2 เมตร ปกคลุมด้วยพืชน้ำ
ต่าง ๆ เช่น บัว จูด หญ้าน้ำ กก ปรือ กง ทะเลน้อยเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีนกน้ำ นกประจำถิ่น
และนกอพยพอยู่มากมายกว่า 187 ชนิด แยกออกเป็นนกประจำถิ่นซึ่งอาศัยอยู่ตลอดปี และนกอพยพ
ย้ายถิ่นมาในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคม ถึงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงมีประชากรมากที่สุด ส่วน
ช่วงที่มีน้อยที่สุดในเดือนมิถุนายน - กันยายน อันเป็นช่วงที่นกน้ำทำรัง จำนวนนกที่มีมากได้แก่ นก
วงศ์นกยาง ได้แก่ นกยางหัวไฟ นกยางโทนใหญ่ นกกาบบัว และนกกระสาแดง วงศ์นกเป็ดน้ำ เช่น
นกเป็ดแดง เป็ดคับแค เป็ดลายและเป็ดผี วงศ์นกอัญชัญ เช่น นกอัญชัญคิ้วขาว นกกวัก นกอีลุ้ม
นกอีล้ำและนกคู๊ท วงศ์นกพริก ได้แก่ นกอีแจว และนกพริก วงศ์นกน้ำ ได้แก่ นกกาน้ำเล็ก และนก
กาน้ำใหญ่ วงศ์นกตีนเทียน และเหยี่ยวต่าง ๆ เช่น เหยี่ยวแดง นอกจากนี้ยังมีนกที่พบเป็นประจำ
ได้แก่ นกกระแตแต้แว้ด นกนางนวลแกรบเคราขาว นกกระเต็นน้อยธรรมดา และนกนางแอ่นบ้าน
เป็นต้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาธรรมชาตินกและพรรณไม้น้ำที่ดีที่สุดอยู่ในช่วงเดือน
ตุลาคม - มีนาคม เพราะนอกจากจะพบเห็นนกจำนวนมากแล้ว ผืนน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลจะสวยงาม
ตระการตาไปด้วยบัวสายสีชมพูบานสะพรั่งไปทั่ว ทั้งยังมีวิถีชีวิตของชุมชนที่มีการประกอบอาชีพหลาก
หลาย แต่โดดเด่นในการเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมทำเสื่อจูด ซึ่งเป็นวัสดุพื้นบ้านหลักจากทะเลน้อย ด้วย
ปัจจุบันทะเลน้อยได้รับเลือกให้เป็นแรมซ่าร์ไซด์ หรือ พื้นที่ชุ่มน้ำของโลก เป็นแห่งแรกของ
ประเทศไทย เพื่อที่จะรักษาระบบนิเวศโดยรอบให้มีความยั่งยืนและกำลังได้รับการพัฒนาพื้นที่ให้เป็น
ศูนย์ธรรมชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ มีการควบคุมดูแลการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่
ทะเลน้อยอย่างระมัดระวังผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือไปชมนกได้จากท่าเรือทะเลน้อยที่มีการจัดแบ่งเส้นทางการท่องเที่ยว
เป็น 2 เส้นทาง เส้นทางสายแรกเป็นเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป มีเรือบริการนำเที่ยวโดยชุมชน
ทะเลน้อยอีกเส้นทางหนึ่ง สำหรับนักวิชาการและการศึกษา โดยขออนุญาตและนำชมจากเจ้าหน้าที
อุทยานฯ ภายในอุทยาน มีเรือนพักไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมป่าไม้
กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02 - 597 - 7223, 579 - 5734 และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อำเภอควนขนุน
จังหวัดพัทลุง โทร. 074 - 615722
การเดินทางไปทะเลน้อยสามารถเดินทางได้ทั้งทางรถยนต์ และทางเรือนั้นสามารถเดินทาง
จากอำเภอต่าง ๆ ที่อยู่ริมทะเล เช่น อำเภอระโนด อำเภอสะทิงพระ และอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
อำเภอปากพะยูน อำเภอควนขนุน และอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ส่วนทางรถไฟลงรถไฟที่สถานีปาก
คลอง จากนั้นต่อรถยนต์ไปทะเลน้อยอีก 8 กิโลเมตร

อำเภอเขาชัยสน
บ่อน้ำร้อน ธารน้ำเย็น จากตัวจังหวัดไปทางใต้ ตามทางหลวงหมายเลข 4 ประมาณ 25
กิโลเมตร เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 47 ( บ้านท่านางพรหม ) จะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4081
ไปอำเภอเขาชัยสนประมาณ 7 กิโลเมตร บริเวณถนนสุขาภิบาล ซอย 2 ติดที่ว่าการอำเภอเขาชัยสน
จะมีถนนราดยาง แยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงหน้าผาเชิงเขาชัยสน อันเป็นที่ตั้งของ
บ่อน้ำเย็นแต่งเป็นสวนพักผ่อน เลยไปอีก 300 เมตร เป็นบ่อน้ำร้อน ลักษณะเป็นแอ่งน้ำร้อน เชื่อกันว่า
เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้รักษาโรคบางอย่างได้
วัดเขียนบางแก้ว อยู่บนทางหลวงหมายเลข 4081 เลยที่ว่าการอำเภอเขาชัยสนไป
ประมาณ 7 กิโลเมตร ในเขตบ้านบางแก้วตรงกิโลเมตรที่ 14 พอดี จะมีทางเข้าอยู่ด้านซ้ายมือ
วัดเขียนตั้งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา เป็นวัดเก่าแก่ที่มีพระธาตุบางแก้ว ซึ่งสร้างแบบเดียวกับพระมหา
ธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช แต่มีขนาดเล็กกว่าเป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองพัทลุง
ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น สันนิษฐานว่าพื้นที่บริเวณวัดเขียนนี้เป็นที่ตั้งของ
เมืองพัทลุงมาก่อน เพราะได้พบซากปรักหักพังของศิลาแลง และพระพุทธรูปมากมาย
แหลมจองถนน ตั้งอยู่ที่ตำบลจองถนน จากตัวเมืองพัทลุงไปตามเส้นทางสายเพชรเกษม
เลี้ยวซ้ายผ่านอำเภอเขาชัยสนไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร รวมระยทางจากตัวเมืองประมาณ 39
กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านชาวประมงอยู่บนเนินดินและลาดชันลงไปยังทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีสภาพเป็นน้ำ
กร่อยและสามารถมองเห็นทิวทัศน์เกาะแก่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

อำเภอปากพะยูน
เกาะสี่ เกาะห้า ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา - พัทลุง ท้องที่อำเภอปากพะยูน การเดิน
ทางสามารถเดินทางได้จากท่าเรือตำบลลำปำ ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร หรือท่าเรืออำเภอ
ปากพะยูน ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เกาะแห่งนี้เป็นที่
อยู่ของนกนางแอ่นทะเลเป็นจำนวนมาก จึงถูกเรียกว่าเกาะรังนก และมีสัมปทานเพื่อนำรังนกเหล่านี้
ไปจำหน่าย สภาพธรรมชาติของเกาะมีความงดงามมากแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุง พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาส และทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อไว้ ณ
บริเวณหน้าผา และในบริเวณนี้ได้ก่อสร้างอนุสาวรีย์พระองค์ท่านประดิษฐานไว้ด้วย การเที่ยวชมเกาะ
สี่ - เกาะห้า ซึ่งเป็นเขตสัมปทานรังนกของเอกชน จะต้องได้รับอนุญาตที่อำเภอปากพะยูนก่อน

อำเภอกงหรา
น้ำตกไพรวัลย์ ตั้งอยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด
ตำบลคลองเฉลิม เส้นทางเข้าชมใช้เส้นทางจากบ้านคลองหมวยไปตามถนนตำบลลำสินธุ์ - บ้างกงหรา
(ทางหลวงหมายเลข 4122) ประมาณ 20 กิโลเมตร ทางเข้ทชมน้ำตกอยู่ทางทิศตะวันตก ระยะทาง
ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความงดงามตามธรรมชาติ เงียบสงบและร่มเย็น อุดม
ไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด บริเวณน้ำตกมีร้านอาหารไว้บริการด้วย

อำเภอตะโหมด
น้ำตกตะโหมด หรือ น้ำตกหม่อมจุ้ย อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 12 กิโลเมตร การเดิน
ทางใช้เส้นทางหมายเลข 4121 และต่อด้วยเส้นทางหมายเลข 4137 ( อยู่ทางตอนใต้ของเมืองพัทลุง)
แยกจากทางหลวงหมายเลข 4 เข้าไปจนถึงวัดตะโหมด น้ำตกจะอยู่ในบริเวณหน่วยพิทักษ์สัตว์ป่า
ตะโหมด ซึ่งอยู่เลยวัดตะโหมดไป 4 - 5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่อยู่ท่ามกลางป่าที่ร่มรื่น ลักษณะของน้ำ
ตกจะแบ่งเป็นชั้น ๆ แต่ละชั้นมีชื่อต่างกัน มีแอ่งน้ำสามารถเล่นน้ำได้ มีลานกว้างเหมาะแก่การพักผ่อน
หย่อนใจ

อำเภอศรีบรรพต
อุทยานแห่งชาติเขาย่า ตั้งอยู่ที่บ้านในวัง ตำบลเขาปู่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ
37 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหมายเลข 41 ไปอำเภอควนขนุน แล้วไปแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข
4164 สู่อำเภอศรีบรรพต เข้าไปประมาณ 17 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายไปอีก 4 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำการ
อุทยานฯ ซึ่งมีสภาพเป็นป่าดงดิบชี้น พืชพรรณไม้ที่สำคัญ หลุมพอ เคี่ยม ตะเคียนทอง สัตว์ป่าที่
สำคัญ แรด สมเสร็จ ลิง นกต่าง ๆ มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 433,750 ไร่ หรือ 694 ตาราง
กิโลเมตร ในบริเวณอุทยานฯ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ
ถ้ำมัจฉาปลาวน อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ภายในมีถ้ำหินงอกหินย้อยแลดูสวย
งามดั่งหลืบม่าน มีแอ่งน้ำกว้างประมาณ 400 ตารางเมตร และมีฝูงปลาว่ายวนไปมาอยู่ในแอ่ง แอ่งน้ำ
นี้เกิดจากต้นน้ำซึ่งไหลผ่านทะเลเขาในวัง หน้าถ้ำเป็นผาหินสีนิลและร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด
น้ำตกเหรียงทอง อยู่ห่างจากชุมชนตลาดเขาปู่ ประมาณ 3 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจาก
เทือกเขาบรรทัดและเทือกเขานครศรีธรรมราช และได้รับการขนานนามว่า " น้ำตกร้อยชั้น " ชั้นที่สวยงาม
ที่สุด คือ ชั้นที่ 13 ซึ่งมีจุดชมวิวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ทะเลน้อย และเขาปู่ - เขาย่าได้
จุดชมวิวผาผึ้ง อยู่ห่างจากที่ทำการกลางประมาณ 250 เมตร จุดเด่นของผาผึ้ง คือ
ในราวประมาณเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายนของทุกปี จะมีผึ้งหลวงมาทำรังเป็นร้อยรัง บริเวณหน้าผา
และเมื่อถึงฤดูฝนผึ้งเหล่านี้ก็จะทิ้งรังไปปล่อยให้เป็นรังร้าง ซึ่งจะเป็นเช่นนี้ทุกปี บริเวณจุดชมวิวบนผา
ผึ้งจะมองเห็นทิวทัศน์ของอุทยานฯ และพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ได้
ทางเดินชมธรรมชาติ เป็นทางสำหรับเดินชมธรรมชาติอยู่ในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ
มี 2 เส้นทาง เหมาะสำหรับเดินชมธรรมชาติเพื่อการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้
นอกจากนี้ ในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ยังมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นศูนย์จัดนิทรรศ-
การขนาดเล็กสำหรับให้ความรู้ความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งอุทยานฯ ได้จัดแสดง
นิทรรศการภาพ ประกอบคำบรรยายไว้ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยอธิบายให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว มี
ห้องสำหรับจัดประชุมและสัมมนา ขนาดจุคนได้ประมาณ 30 คน นอกนี้ในบริเวณอุทยานฯ ยังมี
สถานที่กางเต้นท์ได้ประมาณ 50 หลัง
ติดต่อขออนุญาตค้างแรมได้โดยตรง ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาปู่ - เขาย่า หมู่ที่ 9
ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง 93000 โทร. 074 - 619655

อำเภอบางแก้ว
คลองหูแร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะเดื่อ โดยห่างจากตัวเมืองพัทลุงประมาณ 33 กิโลเมตร
ใช้เส้นทางสายเพชรเกษมไปประมาณ 20 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายเขาชัยสน - จงเก (หมายเลข
4081) และเลี้ยวขวาบริเวณหน้าที่ทำการอำเภอเขาชัยสนไปตามถนนลูกรังอีกประมาณ 5 กิโลเมตร
ก็จะถึงแหล่งท่องเที่ยว และบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอมีรถจักรยานยนต์รับจ้างไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว
ด้วย คลองหูแร่ มีสภาพเป็นลำคลองขนาดใหญ่ น้ำใสสะอาด พื้นคลองเป็นทรายและโขดหิน บริเวณ
น้ำลึกเหมาะแก่การพักผ่อนหรือลงเล่นน้ำ มีเพิงและร้านอาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวด้วย
หมู่บ้านหัตถกรรมรูปหนัง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 บ้านบางแก้ว ตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอบางแก้ว
ตามเส้นทางจากสามแยกถนนเพชรเกษม - ทางรถไฟ ประมาณ 9 กิโลเมตร จากทางรถไฟ - ศูนย์ฯ
ไปอีกประมาณ 200 เมตร รวมระยะทางจากจังหวัดพัทลุง ถึงหมู่บ้านประมาณ 36 กิโลเมตร หมู่บ้าน
หัตถกรรมรูปหนังบางแก้ว มีสมาชิกจำนวน 25 คน แกะรูปหนังตะลุงและหนังใหญ่และรูปแบบใหม่ ๆ
ตามผู้สั่งซื้อ ฝีมือประณีต งดงาม ส่งจำหน่ายทั่วประเทศและต่างประเทศ ประมาณ 16 ประเทศ
สนใจเที่ยวชมและเลือกซื้อรูปหนัง ติดต่อ นายอิ่ม จันทร์ชุม ประธานศูนย์ฯหรือสำนักงานพัฒนาชุมชน
อำเภอบางแก้ว โทร. 074 - 697380

กิ่งอำเภอศรีนครินทร์
ถ้ำสุมโน ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านนา อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนสายพัทลุง - ตรัง
(ทางหลวงแผ่นดินสายเพชรเกษมหมายเลข 4 ) ประมาณ 21 กิโลเมตร ตัวถ้ำอยู่ห่างจากถนนประมาณ
500 เมตร เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยและมีห้องโถงกว้างขวางใหญ่โตและร่มเย็นสวยงามวิจิตรตระการ
ตาตามธรรมชาติ ถ้ำมีสองชั้น คือ ชั้นแรกเสมอกับพื้นราบ และชั้นใต้ดิน ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูป
ปางต่าง ๆ หลายองค์ ปัจจุบันถ้ำสุมโนนอกจากมีความสงบสวยงามด้วยธรรมชาติแล้ว ยังเป็นสถานที่
วิปัสสนาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในกลุ่มของผู้ที่แสวงหาธรรมะด้วย
ถ้ำพุทธโคดม ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 4 ตำบลบ้านนา เส้นทางเดียวกับน้ำตกเขาคราม แต่ห่าง
จากทางหลวงแผ่นดิน ( สายเพชรเกษมหมายเลข 4 ) ระยะทาง 3 กิโลเมตร
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด อยู่ที่ตำบลบ้านนา ห่างจากตัวเมืองพัทลุงไปตาม
ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 4 เป็นระยะทาง 27 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 167 ตารางกิโลเมตร
ครอบคลุมพื้นที่ ตรัง สงขลา สตูล ภูมิประเทศเป็นเทือกเขายาว เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร และพรรณ
ไม้มีค่ามากมาย

                          ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน

มโนราห์ หรือ โนรา ศิลปการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุงได้ชื่อว่า
เป็นต้นกำเนิกของโนรา สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียภาคใต้พร้อมกับละครชาตรี แต่ท่า
ร่ายรำได้ถูกเปลี่ยแปลงไปให้เข้ากับรสนิยมของแต่ละภาค ลักษณะโรงโนราสร้างเป็นเวทียกพื้นคล้าย
โรงลิเก มีดนตรีและลูกคู่นั่งอยู่ทางด้านหน้าของโรง การแต่งกายของโนราแต่เดิมสวมเทริด นุ่งสนับ
เพลา คาดเจียระบาด มีผ้าห้อยหน้าประดับหางอย่างนางมโนราห์ มีสายสังวาลประดับทับทรวง กรอง
คอและสวมเล็บยาว การร่ายรำมีท่าสำคัญ 12 ท่า การแสดงจะร้องเองโดยการด้นกลอนสด หรือ ร้อง
ตามบทที่แต่งไว้ ปัจจุบันวิทยาลัยนาฎศิลปพัทลุงเป็นผู้สืบทอดและเผยแพร่ศิลปการแสดงโนราของ
เมืองนี้ไว้ และมีนาฎศิลป์พื้นบ้านอีกหลายคณะในจังหวัดพัทลุง
ตลุง ศิลปการแสดงพื้นบ้านที่นิยมกันมากทั่วภาคใต้เช่นเดียวกับการแสดงโนรา ซึ่งพัทลุง
ก็ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดหนังตลุงเช่นกัน การทำตัวหนังตลุงทำจากหนังวัวดิบซึ่งตากแห้งเป็นแผ่นแข็ง
ตัดเป็นตัวละครต่าง ๆ สลักลวดลายสวยงาม โดยมากมักจะทาสีดำทั้งตัว แต่ถ้าเป็นหนังบางอย่าง
ที่เรียกว่าหนังแก้วจะระบายสีด้วย ตัวหนังจะมีไม้ไผ่ผ่าเพื่อหนีบตัวหนัง เรียกว่าไม้ตับ ปากและมือ
จะประดิษฐ์ให้ขยับได้ตามท่วงลีลาของบทบรรยาย โรงหนังตลุงสร้างเป็นโรงยกสูงมุงหลังคาแบบเพิง
หมาแหงน กรุฝาสามด้าน ด้านหน้าเป็นจอผ้าสีขาว ภายในโรงเป็นที่วางตัวหนัง มีคนเชิดซึ่งเป็นคน
พากย์ โดยเล่นเป็นเรื่องตามวรรณคดี หรือเล่นเป็นเรื่องสมัยใหม่ที่นายหนังผูกเรื่องขึ้นมาเอง

                        เทศกาลงานประเพณี
                         
งานเทศกาลล่องเรือ - แลนกทะเลน้อย เป็นงานประเพณีที่เริ่มขึ้นใหม่เมื่อปี 2541 เพื่อ
เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวพิเศษในปีท่องเที่ยวไทย และให้เหมาะสมกับพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของ
พัทลุง โดยมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นระยะเวลา 1 เดือน ( 14 กุมภาพันธ์ - 15 มีนาคม ) ในช่วง
เวลาที่มีนกและธรรมชาติสวยงามที่สุด สถานที่จัดงานอยู่ในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย
กิจกรรมในงานเทศกาลล่องเรือ - แลนกทะเลน้อย ในแต่ละวันมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวนั่งเรือ
หางยาวเที่ยวชมนกและพรรณไม้น้ำ การแสดงพื้นบ้าน การจำหน่ายสินค้าเกษตรและวิถีชีวิตของชุมชน
ตลอดจนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์พื้นบ้านนานาชนิด
งานประเพณีแข่งโพนลากพระ เป็นงานประเพณีที่สำคัญที่สุดของจังหวัดพัทลุง นิยม
ปฏิบัติดังเช่นพุทธศาสนิกชนชาวใต้ทั่วไป เมื่อถึงเทศกาลออกพรรษาจะต้องมีงานประเพณีลากพระหรือ
ชักพระ ทั้งทางบกและทางน้ำ สำหรับจังหวัดพัทลุงให้ความสำคัญในการลากพระทางบก ซึ่งจะมีการ
ตีโพน (กลอง) เพื่อควบคุมจังหวะในการลากพระของแต่ละวัด ซึ่งจะมีผู้ตีโพนอยู่ในขบวน เมื่อผ่านวัด
ต่าง ๆ ก็จะมีการท้าทายกัน ทำให้มีการแข่งขันตีโพนเกิดขึ้น จนกลายเป็นงานบุญออกพรรษาที่ยิ่งใหญ่
ของชาวพัทลุง ซึ่งจะจัดในช่วงวันขึ้น 14 - 15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 อันเป็นวันออกพรรษา
จะเป็นวันสำคัญที่สุดของงานเพราะมีขบวนลากพระแห่แหนไปรอบเมือง บริเวณจัดงานอยู่ที่สนามกีฬา
จังหวัดพัทลุง และหาดแสนสุขลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง กิจกรรมในงานที่สำคัญมีการแข่ง
โพนจากวัดต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุง และจังหวัดใกล้เคียงจำนวนนับร้อยโพน การประกวดขบวนแห่โพน
ประกวดลีลาการตีโพน แสดงนาฎศิลป์ การซัดต้ม การประกวดแห่เรือพระพิธีทางศาสนา กีฬาทางน้ำ
ที่ทะเลสาบลำปำ นิทรรศการและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านในจังหวัดพัทลุง และจังหวัดใกล้เคียง เช่น
การทำเสื่อกระจูดและผลิตภัณฑ์กะลา
สินค้าพื้นเมือง สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดพัทลุงส่วนใหญ่จะเป็นหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น
เครื่องจักรสานต่าง ๆ ที่ขึ้นชื่อมากก็คือ ผลิตภัณฑ์เสื่อกระจูด ซึ่งมีมากบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเล
น้อย ผลิตภัณฑ์หนังตะลุง อำเภอบางแก้ว ผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว บ้านคอกวัว ตำบลไชยบุรี
เป็นต้น นอกจากนี้มีของฝากที่มีชื่อเสีง คือ กาละแมตำบลนางลาด กล้วยฉาบ อำเภอเมือง ลูกหยี
กวน อำเภอเมือง ปลาดุกร้า ตำบลทะเลน้อย และกุ้งแก้ว อำเภอปากพะยูน